tAii's profile::::::tAi DitDuang:::: ;...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 01

    Halloween Nigh at The Jazz

     
     
    กับค่ำคืนที่อากาศเริ่มเย็น กลางเมืองกรุงเทพฯ  บรรยากาศเหมาะสมกับนั่งจิ๊บอะไรเย็นๆ แล้วก็เฮฮากับไปตามภาษา   คืนนี้เป็นคืนฮาโลวีน แน่นอนว่าเป็นเหตุผลที่ต้องท่องราตรีกันแน่นอน ทั้งๆที่มันได้เกี่ยวอะไร
    คืนนี้ไปนั่งจิบเบียร์เย็นกับเพื่อนหนุ่ม 2 คนที่ร้าน The Jazz เป็นร้านที่บรรยากาศดีมาก (สำหรับคืนฟ้าโปร่ง ลมเย็นๆ) เสียงเพลงสไตล์ JaZZ ที่ไม่มากจนเกินไป ทั้ง ไทย-เทศ เรียกได้ว่าครบรสอยู่เพราะนั่งๆ ฟังดูเหมือนว่าจะเปิดแนวอื่นด้วยเหมือนกัน แต่ยังเป็นเพลงฟังสบายๆ ทั้งเก่า ทั้งใหม่เห็นร้าน แล้วอยากมีแบบนี้มั่งจัง แต่ไม่ได้อยากมีเป็นร้านเหล้านะ แบบเป็นที่พัก หรืออารัยๆ อย่างอื่น คงดีน่าดู เสียด่ยมัวแต่หนุกหนานคุยกันเพลินไปหน่อย เลยไม่ได้ถ่ายรูปร้านมาอวดกัน คาดว่าคงต้องได้ไปเยือนกันแน่นอน เข้าฤดูหนาว ลมเย็นแล้วซะด้วยสิ.....นั่งกันได้สักพักก็ Move ไปป๊ะกันกันเพื่อนอีก 2-3 คนที่ร้านแซกโซโฟน สาวรีย์ ร้านก็โอเคนะ แต่ว่าชอบที่ร้าน The JaZZ มากก่าอ่ะ  แต่ที่สนุกอยู่ได้คงเพราะคนที่อยู่ด้วยกันในค่ำคืนนี้มากกว่ามั้ง  อย่างที่ตุ้ย(โย่ง)บอกจริงๆด้วยว่า...ทำอะไรน่ะเพื่อนมันจำ... เพราะเราเองก็จำเหมือนกัน
     
    October 08

    Zoo 514

     
    มาเจอกันทำไม ที่สวนสัตว์แห่งนี้ อันนี้ก็น่าจะทราบกันดี(สังเกตแววตาของน้องปุ๊ย)  และพอดีว่าพก Notebook ที่เพิ่งถอบมาได้ไม่นานก็เลยเอามาถ่ายรูปเล่นกันเสียหน่อย จะได้เอารูปใหม่ๆ มาลงสเปชให้ได้ดูกันบ้าง
    September 03

    SUPER SKA

    SUPER SKA Concert ที่รวมเอาวงสกาแนวหน้ามาแสดงให้ดูกันสดๆ ไม่ว่าจะเป็น ส้ม อมรา(ที่เล่นเสียวว่าจะถอดหรือไม่ถอด ที่หนุ่มๆได้เห็นแค่เกาะสีดำตัวจิ๋วเท่านั้น) / ศรีราชา ร็อคเกอร์(อันนี้ต่ายชอบมือกลองที่ร้องนำมาเลย)/ Teddy Ska Band (มาเล่นน้อยไปหน่อยแต่ก็ไม่ทำให้สาวๆ ไม่ผิดหวังกับความน่ารักและฝีมือสีไวโอลินของน้องแชมป์)/ Kai-Jo Brother(เป็นวงที่ให้ความรู้สึกของ SKA-Reggae แบบชนผิวดำจริง) / T-Bone (ทุกเพลงที่ร้องบรรเลง ทุกคนร้องได้ และทุกคนมีความสุข) รู้สึกเดินไปทางไหนมองไปทางไหนก็เจอแต่ชาวเรา ไม่ต้องมีเด็กแซ็ป สก๊อย มาให้เห็นเสียบรรยากาศ ชอบมากๆ บางเพลงที่เคยฟังแล้ว พอได้มาฟังจากวงเล่นสดๆ เสียงของคนรอบๆ ตัวในสตูดิโอ ร้องเพลงเดียวกัน รู้สึกสนุกๆ  สุดๆ และท่อนหนึ่งที่ชอบมากจากงานนี้จนเอาร้องเล่นๆ ให้คนไม่ชอบฟังสการำคาญเอาฮา "นัดเพื่อนที่ประตูน้ำ...จะไปกินน้ำตกๆตก...ตกกะใจไปเจอฝรั่งตัวโต" แล้วก็เพลงที่ขยับแข้งขากันสนุกๆ อีกมากมาย   
     
    ขอบคุณชาวเราที่ร่วมกันฟังสกาในงานนี้
    ปุ๊ยและต้น สำหรับอมยิ้มและเบียร์ฟรี
    กลาง        ลด(น้ำหนัก)หน่อย
    โอ๋           เขาว่าเขาคือชาวสกาตัวจริง
    มิ้วและปิ๊ก   กับอะไรมะรุ ไม่ค่อยได้คุยกันเลย
    นัทและเบียร์ พ่อหนุ่มเท้าไฟ(รุ่นน้องต่ายเค้าบอกมาอีกที)
    พี่เบนและเพื่อนพี่เบน  แล้วพรหมลิขิตก็ทำให้เราเจอกัน
    ตาลและติ๊ก&friend เจอกันได้ไงหว่ายังงงอยู่
    เปีย   ที่ไม่ได้เจอกันแต่เห็นในจออ่ะแหลมอยู่หน้าเวที
    จิ๋ว  ทำงานที่ Fat ก็มะบอกกานจะได้ขอบัตรฟรี
    สาวๆ ที่น่ารักในงาน และหนุ่มๆ ชาวสกา แล้วไปฉึกกะฉึก ฉึกๆ กันอีกเน้อ
     
    August 31

    Up to the Beat

     
    ขอยืมเอาชื่อเพลงของซิ้นดี้ ซุย ที่มีพี่โป้ โยคีฯ มาร้องให้ในชื่อเพลงไทยที่ว่า "มันอยู่ที่จังหวะ" เป็นเพลงจังดิสโก้หนุก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น  ช่วงเป็นช่วง Happy ของชีวิตอีกแล้วล่ะ
    เมื่อวานสอบวิทยานิพนธ์ 5 บท  ผ่านไปได้ด้วยดี สบายใจโครตๆ
    แล้วก็เข้ามาที่ออฟฟิศทำงานต่อ เลิกงานไปรับ Notebook ใหม่ มาใช้หลังจากที่ไม่มีคอมฯ ใช้อยู่ 4 วันเต็ม เหมือนชีวิตขาดหาย เพราะแกติกลับมาบ้านต้องเปิดคอมฯ เป็นกิจวัตรประจำวัน ถึงจะไม่ได้เครื่อง Mac อย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ แต่เครื่องที่ซื้อก็สเปกสูงอยู่ (แต่ว่ามันถูกกว่าเหยียบหมื่นแต่เท่ไม่เท่าใช้ Mac เท่านั้นเอง)
     
    และวันนี้ได้ไปดู SKA เป็นการฉลองหลังสอบที่ดีเสียจริง....อะไรจะผ่อนคลายจากการลุยวิทยาพนธ์เท่ากับการได้ฟังเพลง SKA ที่รัก กับชนเผ่าเดียวกัน อีกเนี่ย
    August 08

    เมาแล้วคับ ครั้งที่ 4

          หลังจากเทศกาลพบปะเพื่อนผอง น้องพี่ ในการเตะฟุตบอลประเพณีของชาวเรา เหล่าสารฯ "เมาแล้วคับ ครั้งที่ 4" ที่จบไปแล้ว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถึงงานจะไม่คึกคัก อย่างปีก่อนๆ ที่เคยมีมา แต่ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พวกเรา สารฯ พยายามจัดให้มีขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง การมารวมตัวกันเตะบอลก็เหมือนข้ออ้าง ที่จริงมันคือการพบปะกันในแวดวงเหล่าสารฯ ที่ถึงแม้ว่าเราจะมีการสังสรรค์กันอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีสมาชิกมาไม่ครบกันทุกครั้ง "เมาแล้วคับ" จึงเป็นวันที่รอคอยได้พบหน้า ไต่ถามสารทุกข์ สุกดิบ ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง
     
    หลายคนที่เจอโตขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อที่เคยเด็กๆ ก็เป็นสาวสะพรั่ง หนุ่มหล่อกัน  บางคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของน้ำหนักตัวที่เพิ่มกันบ้าง ลดลงกันบ้าง (อันนี้ดูกันก็น่าจะรู้)
    บางคนปีที่แล้วควงคนนี้มา ปีนี้เปลี่ยนคนซะแล้ว (อิจฉาตาร้อนพ่าว) หรือบางคนพ่วงสมาชิกจากอื่นเข้ามาในแวดวงชาวเรา ซึ่งก็ OK ....ส่วนตัวไม่ต้องมีมครมาทักทายมากมายก็ได้ แค่มองคนรอบตัว สังคมที่คุ้นเคย เพื่อนๆ รัก น้องๆ ที่รัก...รอยยิ้มในใจมันก็กว้างเสียจนหุบไม่ลงเสียแล้ว แล้วคาดหวังว่าทุกคนจะมีความสุขเช่นกัน
     
    ผลการแข่งขัน (ที่ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ มันแต่เดินถ่ายรูป+ถ่ายวิดีโออีกด้วย)
    แชมป์  แอลกฮอล์ลิซึ่ม
    รอง     โครตแข็ง + น้องๆ สารฯ ที่จำหน้าได้แต่ไม่ทันรุ่นอ่ะ
    สาม     ยิงเพราะรัก
     
    ฯลฯ จำบ่ได้ก่ะ ถามจากคนเตะละกัน เพราะเค้าจ้างให้ไปถ่ายรูป ; ) แต่จำทีมทั้งหมดได้ว่า มี แอลกฮอลิซึ่ม/ยิงเพราะรัก/โครตแข็ง/แอ๊บแป๊ว/น้องสารฯ
     
    หลังจากแข็งขันเสร็จก็แยกย้อยกานตามระเบียบ มีไปดูบอลต่อ เจอหน้าฯ บ้าง ไปกินข้าวบ้าง กลับบ้านบ้าง ตามอัธยาศัย จบไปอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปี
     
    คาดว่ากิจกรรมใหญ่ถัดไปก็คือ การออกค่ายฯ ปีที่ 3 คิดว่าจะไป จ.เชียงราย และอาจจะเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นเป็น พ.ย. หรือไม่ ก็ ธ.ค. 50 นี้ จะได้ไปซึใซบบรรยากาศของไอเย็นกันที่นั่นไม่เสียเที่ยว สนใจเตรียมหยอดกระปุกเก็บตังค์กันได้เลย
     
    ปล.รูป "เมาแล้วคับ" รอกันก่อนนะ เพราะว่ารูปทั้งหมดอยู่ที่พี่หยก อาจจะต้องรอให้เจ๊วาไปเอามาให้จากเมืองกาญฯ เสียก่อน แล้วจะเอามาลง space ให้ดูกันนะจ๊ะ
         ขอฝากคำถามให้ช่วยกันตอบหน่อยว่า "ทำไมถึงมีแต่น้ำมันมวย ไม่มีน้ำมันบอลล่ะ" ที่มาของคำถาม จากพี่โอ๋ขี้สงสัยระหว่างที่ใช้น้ำมันมวยนวดก่อนลงแข่งฟุตบอล ใครรู้ตอบด้วย ถ้าข้าพเจ้ารู้ก่อนจะรีบตอบให้โดยพลัน
    August 01

    กทม.-จันทบุรี

     
    จากการวางแผนที่แสนนานกันกับเพื่อนๆ ว่าจะไปทะเลกัน ในสุดก็ได้ไปอย่างที่ต้องการ ด้วยจำนวนสมาชิกที่ขึ้นๆ ลงๆ มาลงตัวก็วันที่เดินทางทั้งหมด 14 ชีวิต กับพาหนะ 3 คัน ทริปนี้เรามีจุดหมายกันที่หาดจ้าวหลาว จังหวัดจันทบุรี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในทริปที่ประทับใจมาก ตั้งแต่ออกเดินทางจนกระทั่งขึ้นรถกลับบ้าน มากมายก่ายกอง เอาเป็นขอบคุณเพื่อนๆ ที่สร้างความสุขให้ตลอดทริปนี้ เน้อ
    นัท      โซเฟอร์ผู้ร่วมชะตากรรมในการเดินทาง
    พี่เม่น   ที่ต้องอดทนนั่งเบียดกะสวย
    และสวย ที่มาให้เราแซวอย่างหนุกหนาน
    เคนนี่      กับกล้องที่ให้เรายืมถ่าย
    เจ๊ต่าย   หน่วยสมทบความฮาของ
    เจ๊เดียม  อันนี้ยกไว้ เจ๊แกขั้นเทพจริงๆ
    พี่ท๊อป   ถ้าไม่มีพี่หนูคงจะหลงกว่านี้แน่
    โอคุ     ดีใจที่ในสุดโอก็มาจนได้ เย้ๆ
    ทศซี่    ศิลปินหลังเที่ยงคืน 555
    เจ๊ต้อม  ขาดต้อมเราคงไม่มีอุปกรณ์ทำกิน
    เฮียอู๊ด  อันนี้ตัวแรง She มากับความซวยในวงไพ่
    เอก     เอาเงินพวกกูคืนมา
    ทราย   เพื่อนเตรียมพร้อมเรื่องกินให้พวกเรา
    สุดท้ายขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไปทริปนี้ พลังใจเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
     
    ปล. เจอกันใหม่ทริปหน้าจ้า
     
     
    July 23

    ไข้ลำไย

     
    "ไข้ลำไย" เป็นอาการที่เกิดจากการกินลำไยจำนวนมาก อาการเริ่มต้นจะเริ่มจากเจ็บคอ ไอ กลืนอะไรก็เจ็บคอ เมื่อเวลาล่วงเลยจนได้ที่ ก็จะเริ่มไม่สบายตัวไข้ขึ้น กระสับกระส่าย อาการเหมือนกับเป็นไข้หวัด แต่ว่าไม่ได้เกิดจากการตรากตรำแดแ หรือฝน แต่เกิดจากการกินลำไยจำนวนมาก และตอนนี้ฉันกำลังเป็น "ไข้ลำไย" ที่คาดว่าคงจะมีอาการดีขึ้นตามลำดับ
     
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ควรกินลำไยแต่ปริมาณพอเหมาะ"
    July 14

    ดู่ดู้ดู...ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้

     
    เคยได้ยินเพลงท่อนนี้ไหมนี้ไหม "ดู่ดู้ดู...ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้" มันท่อนอุ๊คเพลงจังหวะสนุกๆ อย่างสกา-เร็กเก้ ของ จ๊อบ บรรจบ ศิลปินเพลงข้างถนนระดับโลก
     
    รู้สึกว่าฟังแล้วมันโดนมากๆ แค่ท่อนนี้นะ เวลาเซ้งเซ็ง พูดไม่ออก ก็ฮัมไป มีความสุข อยู่ในใจก็ฮัมไป จนชักติดปากมาอยู่หลายวันแล้วล่ะ
     
    แต่ว่าประเด็นสำคัญที่อยากรู้ตอนนี้ใครรู้จักเราช่วยบอกทีดิว่า "หน้าเรานี่มันกวนตีนมากเลยเหรอ" คือมันเป็นความสงสัยส่วนตัวที่ทำไมเวลาไปคุยกับใครๆ เค้าหาว่าทำหน้ากวนตีนใส่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้จะกวนตีนเลยนะเนี่ย คาดเดาเอาเองว่ามันเป็นพันธุกรรม ที่ไม่สามารถลบล้างไปได้ พยายามทำหน้าให้ธรรมดาที่สุดแล้ว ก็ยังถูกประนามอยู่ร่ำไปว่ากวนตีน เอ๊ะ....หรือไอ้คนบอกมันจะกวนตีน หรือเอ๊ะยัง ทำไม่ต้องว่าว่ากวนตีน "ดู่ดู้ดู...ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้"
    July 02

    อ้าแขนรับกับความสุขกันเถอะ

     
       สุขใจ ๆ และสุขใจ ทุกอย่างรอบตัวดูจะเป็นเรื่องดีไปเสียหมด ขนาดเพื่อนมาบ่นอะไรมากมายให้ฟัง ปกติแล้วจะต้องเครียดตามไปด้วย แต่ไหง...กับไม่เครียดตามมากอย่างที่เคยเป็น
    งานที่ทำก็มีความสุข ถึงจะมีอาไรๆ ที่เข้ามาทำให้เบื่อหน่าย หรือ เซ้ง เซ็ง แต่ก็ยังสุขใจ  หรือแม้กระทั่ง Thesis ที่ทำจะยังค้างคา แต่ก็ยังสุขใจ กลับบ้านดึกดื่น แม่ด่า พ่อบ่นบ้างก็ยังสุขใจ
    คนเราสามารถที่จะมีความสุขได้เมื่อยอมรับสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบตัว แล้วก็ตัดสิ่งที่บั่นทอนความสุขของเราออกไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการมองโลกในแง่บวกมากเกินไป แต่ลองคิดดูสิว่าชีวิตของเราจะอยู่ได้อีกกี่ปี อีกกี่เดือน อีกกี่สัปดาห์ อีกกี่วัน อีกกี่ชั่วโมง อีกกี่นาที หรืออีกกี่วินาที ถึงแม้ว่าบางครั้งการมองด้านบวกจะทำให้เราต้องมีรอยช้ำจากความเจ็บปวด แต่มองให้ดีๆ นั่นจะทำให้เรารู้คุณค่าของความสุขมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ฉันกำลังปรับตัว อ้าแขนให้รับกับความสุขที่จะเข้ามาในชีวิตฉัน ด้วยคาดหวังว่าทุกสิ่งจะสร้างความสุขให้ทั้งกับตัวเองและคนรอบตัว เพราะถ้ายิ่งคนรอบตัวมีความสุข ใจของเราก็จะยิ่งสุขมากขึ้นไปอีก
       แต่ไม่แน่ว่าถ้าความสุขช่วงนี้มันหายไป ความคิดที่จะโลกด้านบวกของฉันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ แต่จะสนทำไม เอาเป็นว่าวันนี้ ตอนนี้  ฉันสุขใจ ก็พอแล้วแหละ
     
     
    ขอบคุณ ทุกสิ่งรอบตัวที่ทำให้ฉันมีความสุขตลอดมา
    June 20

    แค่นุ่งกระโปรง

     
    วันนี้ลองเอากระโปรงตัวเก่าในตู้เสื้อผ้า มาใส่ทำงานดู กับรองเท้าหัวแหลมคู่เก่า กะว่านานแล้วที่ไม่ได้ใส่กระโปรงกับรองเท้าแนวนี้ พร้อมกับผมสีดำสนิท
     
    เริ่มต้นด้วยคำทักทายยามเช้าจาก เจ๊ตุ๊ก แม่สุดเลิฟของข้าพเจ้าเอง "ทำไมใส่กระโปรง มึงจะไปไหน กลับกี่โมงวันนี้" เลยตอบว่า เปล่าอยากใส่ แต่แม่กลับบอกมาว่า "มึงนี่แปลกๆ" แปลกตรงไหนวะ
     
    ระหว่างการเดินมาทำงาน หวิวๆ ทีขาอย่างบอกไม่ถูก กับรองเท้าหัวแหลมที่ใส่มามันไม่ค่อยกระชับเหมือนผ้าใบที่เคยใส่กลัวว่าเดินๆ แล้วมันจะกระเด็นไปก่อนตัวมากๆ ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น แต่ไม่ได้กระเด็นนะ มันโดนคนข้างหลังเหยียบไว้ แม่ง...วันนี้กรูยิ่ง ไม่ค่อยมั่นใจอยู่ มึงยังจะมาอะไรอีกเนี่ย แต่ก็ไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ
     
    มาถึงที่ทำงานสายตามเคย (คาดว่าคงโดนหักไม่ต่ำกว่าพันแน่ๆ) แค่เปิดประตู ก็มีคนทักว่า อุ๊ย...ใส่กระโปรง  อุ๊ย...กระโปรงสั้น จนระทั่งถึงที่โต๊ะทำงาน
     
    ไอ้คนสำคัญที่แม่งต้องแซวกรูแน่ เจือกนั่งประกบ 2 ข้างเลย กะแถเนียน นิ่งๆ ไป ทีแรกมาดีใจเพื่อนยังมาไม่ถึง ถือว่ารอดตัว เพื่อนนัทกะลังยุ่งกะงานถือว่าโชคดีไป นึกว่ารอดแว้ว
     
    พี่เชณดันทักขึ้นมาว่า อุ๊ย...วันนี้ต่ายกระโปรงสั้นมาด้วย เกิดไรขึ้นเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าพี่เชณยังสะดุดตาเลย จากนั้นก็มีแซวกันเรื่อยมา คาดว่าคงทั้งวัน
     
    นี่ควรจะดีใจหรือเสียใจดีวะเนี่ย ที่ทักกันเพราะมันดีหรือมันแย่กันแน่ แต่ที่จริงเมื่อก่อนเราก็ใส่กระโปรงมาทำงานมากกว่า 4 วันต่อวันทำงาน พอมาใส่อีกทีจะฮือฮากันทำไมวะเนี่ย
     
    เพราะที่หันมาใส่กางเกงเสียมาก แล้วเลิกใส่กระโปรงก็เพราะว่ามันคล่องตัวกว่ากันเยอะ อีกอย่างคงเพราะว่ารู้สึกว่าอ้วนขึ้นถ้าใส่กระโปรงมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ใส่กางเกงดีกว่า
     
    ปล.อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงคึกใส่กระโปรงขึ้น เพราะว่ามีแต่คนบอกว่าเหมือนทอมเข้าไปทุกที มากเหลือเกิน ก็เลยใส่ประโปรงบ้างจะได้รู้ว่าฉันก็สาวได้นะยะ
     
     
    June 12

    เรื่องเหล้า

     
    สืบเนื่องมาว่าน้องสารฯ มีสังสรรค์กันโดยที่ไม่มีดิฉัน แล้วก็ไปกินกันต่อที่ห้องตั้ม แล้วมีคนที่กินเหล้าซะจน ยางบนหน้ามันเหือดแห้งหายไป
    ที่สำคัญสติในการตัดสินใจต่างๆ น้อยลง ทำให้ไม่รู้เนื้อ รู้ตัวว่าทำอารัยลงไป และนี่ก็คือผลของการกินเหล้าโดยประมาทนะจ๊ะพี่น้องไม่งั้นคุณอาจถูกเผยแพร่ได้อย่างนี้
     
    ปล. คือกูเองเนี่ยไม่ได้ไปแต่มีคนมาบอกน่ะ แล้วเค้าก็มีข่าวฝากมา ในฐานะสื่อมวลชน ก็เลยนำมาเผยแพร่ เอาไว้ให้เป็นอุธาหรณ์
     
    June 11

    Dream World

     
    ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน ดินแดนแห่งความเยาว์วัย ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะพอผ่านประตูเก็บบัตรเข้ามาทุกคนเหมือนสวมหัวใจเด็กเข้าไปอีกครั้ง(ถึงแม้บางคนจะมาปับลูกๆ ก็ตาม)
    คราวนี้ได้ไปเที่ยวเล่นสวนสนุกกะเพื่อนที่เรียนโทด้วยกัน ซึ่งบางคนก็เหยียบเลขสามเข้าไปแล้วแต่ก็ยังแอบแบ้ว มาเล่นของเล่นที่นี่ได้อย่างแนบเนียน
    บังเอิญว่าช่วงเช้าที่บ้านมีทำบุญก็เลยต้องตามไปทีหลัง แต่ก็ไม่ห่างกันมากนัก เริ่มต้นด้วยการเล่นรถบั้ม ซึ่งพอเล่นแล้วรู้สึกว่าเป็นเครื่องเล่นที่ต้องให้พลังมากจริงๆ แต่ก็หนุกดี
    จากนั้นก็ต่อด้วยปราสาทผีสิง อันที่จริงอันนี้ไม่ค่อยอยากเข้าเลย แต่ด้วยเดี๋ยวเพื่อนจะเซ็งกัน สรุปก็เลยตัดสินใจเข้าไป ด้วยเทคนิคเกาะเพื่อนไว้ แล้วก็หลับตาไปตลอดทาง
    (ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลัวทำไม ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง) แล้ก็ไปเล่นอารัยๆ มากมาย แต่เสียดายไม่ได้เล่น เมืองหิมะ เพราะมัวแต่ไปเล่นอย่างอื่น
    แล้วก็ชักภาพกันอย่างมาวมัน ลืมวัยกันไปเลย ที่สำคัญได้ตุ๊กตาติดมือกลับบ้านมากันด้วย (ต้องขอบคุณเพื่อนัทมากๆ นะจ๊ะ)
     
    รู้สึกทริปหน้าเราจากไปทะเลกัน
    ช่ายมั๊ยสมาชิก
     
    :::::::ฉานอยากไปเป็นชาวเกาะ ลอยคออยู่ริมทะเล :::::::
    June 04

    ภาษาเหนือ วันนี้เจ้า

     
    สืบเนื่องมาจากมีเปื้อนที่ office เป็นคนเหนือล่ะก๊ะ ก็เลยมีคำเด็ดมาฝาก
     
    จั๊ดง่าว   = ไอ้โง่ โง่โครตๆ โง่มากๆ เกินคำบรรยาย (อันนี้อาจจะเคยได้ยินกัน)
    วอก     = แปลว่า ลิง มั้ง ยังไม่เข้าใจความหมายแน่ชัด รู้แต่ว่าเวลาไม่พอใจเค้าจะด่าคำนี้กัน
                  (มันสะเทือนใจตรงไหนหว่า)
    สลิดดก = แรดมาก ตอแหล  (อันนี้เหมาะกับใครบางคนที่ข้าพเจ้าไม่ชอบเอามากๆ)
    ป้อคิงยั๊งบ่ะ = พ่อมึงเหรอ พ่อมึงดิ (จำยากมากอันนี้)
     
    คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานนะจ๊ะ
     
     
     
    ขอบคุณผู้อนุเคราะห์คำศัพท์  นัทตี้  กับ หญิง เครือฟ้า เน้อ
    May 28

    Brick Bar

     
    หลังจากที่ไม่ได้ย่างกายไปเสียนานมากแล้ว กับ Brick Bar เป็นโอกาสดีจริงๆ กะลังมึน งง กับงานอยู่
    ได้ไปคลายเครียด (พอดีเป็นวันเกิดน้องมิ้ว) ได้ไปฟังเพลงที่ชอบ สังคมที่เรารัก เป็นการชาร์ตพลังได้ดีจริงนะเนี่ย
    เต้นกระจายมากๆ  ได้หนุกได้หนาน กับเพื่อนๆ แถมเจอเพื่อนเก่าอย่างไอ้ติ๊กด้วย โครตดีใจ เพราะว่าเบอร์มันที่เคยมีหายไป
    เลยถือโอกาสขอเบอร์ซะ แถมด้วยความสุขที่ได้ดู น้องแชมป์สุดหล่อของใครหลายๆ คน เล่นไวโอลิน เรียกเสียงกรี๊ดจากคนในร้านได้พอสมควร
    และคืนนั้นปิดท้ายด้วยโจ๊กรอบดึก จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้า
     
    May 24

    เคยไหม...

     
    "เคยไหม ที่มีเพื่อนมากมาย แต่กลับรู้สึกเหงา ขึ้นมาจับใจ"
    "เคยไหม ที่รู้สึกเหนื่อยกับการวิ่งตาม"
    "เคยไหม ที่ทุ่มเทให้ไป แต่กลับไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนที่กลับมา"
    "เคยไหม ที่เวลาอย่างร้องไห้ แต่ต้องเข้มแข็ง"
    "เคยไหม ที่เวลาไม่อยากร้องไห้ แต่ว่ากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่"
    "เคยไหม ที่อยากจะหยุดทุกอย่าง แต่ก็ยังฝืนเดินไปข้างหน้า"
    "เคยไหม ที่อยากตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นผิดหวัง"
    "เคยไหม กับความรู้สึกอื่นๆ ที่มันทำให้เราโดดเดี่ยว"
     
     แต่ก็อย่างว่าเนอะ ชีวิตมันก็มีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึก เป็นธรรมดา
     
    May 23

    สราญรมย์...เปรี้ยวซะ

    เมื่อวานนี้ไปวันเกิดเพื่อนวามาที่ร้านสราญรมย์ แถวๆ ลาดพร้าว หนุกหนานกันเป็นร้านคาราโอเกะ ร้องเพลงกันอย่างเมามัน
    เริ่มได้เวลาก็ทยอยกันมาเรื่อยๆ วันนี้ 44 เค้านัดกันใส่สีแดงมากะมาเปรี้ยวกับ 43 ซะงั้น ถึงขั้นต้องซื้อเสื้อใหม่กันด้วย ลงทุนสูดยอด
    สักพักแก๊งค์เสื้อของพวก 44 เริ่มมาถึง ไอ้โอ๋แม่งบอกเลยวันนี้ เสื้อแดงโดน บวกกับทีมสมทบมา ไอ้หยกพอเห็นว่า 44นัดใส่เสื้อแดงมาเปรี้ยว43
    เลยข่มไปด้วย"ไอ้พวกเสื้อแดงเนี่ยเดี๋ยวจะซ่อมแม่งทุกคนเลย" กูล่ะสะใจ (ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง)
    ผ่านไปได้ครึ่งคืน โอ้พระเจ้า พี่แด๊ก Bigass(ไอ้หยกเหมือนมากๆ) พี่ตูน Body slam พี่แบ็งค์ วงแคลช มาเองหรือนี่ นับว่าพวกพี่ๆ
    ยังได้รับความนิยมในหมู่ผู้ร้องเพลงคาราโอเกะเป็นอย่างมาก  เราก็ได้แจมบ้างนิดหน่อยกับการร้องเพลง   "ช่วยส่งใครให้มารักฉานที"
    แล้วก็มีเสียงแว่วๆ แซวมา ซะงั้น คนอย่างกูน่ะสวยเลือกได้เฟ้ย   เฮฮาอยู่ดี เสือกเปลี่ยนแนวไปกินเหล้าซะงั้น ก็เห็นเค้าหนุกกันอ่ะ  แต่สงสัยว่าเหล้าที่กินมันจะมากไปนิ๊ดนึง
    บวกกับความอ่อนเพลียจากการทำงาน ไปกันใหญ่เลยพอได้ที่ก็เอาแล้วเริ่มชนแก้วแล้วสิ .....ผลก็คือมึนครับพี่น้อง มึนเมา พอสมควร โดนเลยสิครับ
    แม่ง...เจือกรุมกูกัน จะจับลงบ่อ พวกมึงจำไว้เลยจำหน้าได้นะเฟ้ยใครแกล้งกูไอ้สาดดดดเฮ้ย
    เพื่อนกูนี่ก็รักกูกันจังนั่งหัวเราะ สาธุ ขอให้แม่งโดนมั่ง  หลังจากโดนรุมความเปรี้ยวเพิ่มขึ้นอีก อย่ามันต้องชนแก้ว
     อ้าว...ภพชน
    ไอ้ตั้ม...หมดแก้ว
    เจนกินเหล้ากัน
    เติบ...หมดแก้ว
    ไอ้หยกมึงแดกยังเนี่ย
    ......ฯลฯ จำบ่ได้ว่าไปเปรี้ยวกะใครอีก
    เลยโชว์เหนือเสียหน่อย ต้อนรับน้องใหม่แบบขำกับพี่(ตะ)หลิว นิดหน่อย พอขำพ่วงไอ้ตั้มตัวจี๊ดไปด้วย แต่ก็ไม่ได้เล่นอะไรมากแค่ฮาๆ
    มีทีเด็ดได้ถ่ายรูปกะน้องแน๊ทที่นมหญ่ายๆและก็เพื่อนของน้องแน๊ทด้วย แล้วก็มีบรรดาชายโฉด หื่นกาม เห็นนมเข้าล่ะแถมากันทันที ไอ้เติบเนี่ยตัวดีเลย
    แนบแน่นมากๆ ระหว่างที่ถ่ายรูปเสร็จแล้ว กลับมาที่หน้าห้อง แต่ทุกสายตายังจับจ้องที่นมกันอยู่ แล้ว ปาติหานก็เกิดขึ้นพื้นครับพี่น้อง หักซะงั้น ดีไม่ร่วงทั้งแผง
    แล้วก็ซัดเหล้าต่อสักพัก  สุดท้ายเลยมาวววว...จึงเปลี่ยนบรรยากาศไปร้องเพลงกะโอ๋ในห้อง อยู่ดีก็รู้สึกหายใจขัดๆ
    เหมือนโดนคนมาอุดจมูกเอาไว้เท่านั้นแหละ เดือดร้อนกันไปใหญ่ บวกกับตัวเองก็มาวววได้ที่เสียด้วย โชคดีที่พ่นยาทัน
    แต่กว่าจะโอเคก็สักพัก รู้เสียใจมากที่ทำให้คนอื่นเค้าเป็นห่วง....สัญญาว่าจะแข็งแรงกว่านี้นะทุกๆ คน
    ที่สำคัญมาวมากมายอยู่ จำได้เลือนลางว่าพูดอะไรๆ ไปกะใครหลายคนเลย แต่มันจะไม่ค่อยได้
    รู้สึกว่าจะพูดเรื่องน้องต้นอ้อด้วยแต่ไม่แน่ใจว่าพูดกะใคร แต่ยังจำได้อยู่ว่าด้านลบแน่ๆ แล้วก็อะไรบ้างก็ไม่รู้ ใครต่ายพูดอะไรไปถ้ามันฟังแล้วเครียด
    ก็ลืมมันไปซะนะ อย่าถือสาคนมาวไร้สติเน้อ ตัวเองพูดเองยังจำได้ไม่หมดเลย ฮา ฮา ขำๆ นะอย่าซีเรียส
     
    หลังจากกลับถึงบ้านเริ่มดีขึ้น หลับสนิทมากๆ สบายตัวสุดๆ ตื่นเช้ามานึกว่าจะแย่ แต่ก็มีบ้างแต่น้อยกว่าที่คิด ขอบใจหลายๆ นะเพื่อนวาที่ขับรถมาส่งถึงบ้าน
    วันเกิดแกแท้ แต่ต้องมาดูแลฉัน เอาไว้จะซื้อขมไปเซ่นเป็นการขอบคุณละกัน แล้วของขวัญที่ให้น่ะกินสัปดาห์ละลูกก็พอ เดี๋ยวจะกายเป็นแบบไอ้กลาง
    แล้วจะหาว่ากูม่ายเตือนนะ
    ปิดท้ายวันนี้ด้วยคำขอบคุณกับการดูแลนะ เพื่อนและน้องสารฯ ทุกคน อ้อ...วา แหม่ม เจน นัท กิ๊ฟ นุช ที่ถึงแม้จะไม่ได้เรียนสารฯ แต่ก็ขอบคุณนะ
     
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เปรี้ยวแต่พอดี
    May 22

    5300 ของฉาน

     
    เมื่อวาน (21 พ.ค.50) ไปซื้อโทรศัพท์มาใหม่ สืบเนื่องมาจาก iMobile ที่แสนจะทนมือทนเท้ามาระยะหนึ่ง
    มันเกิดอาการน้อยใจไม่ให้ใช้งาน ด้วยการปิดกั้นตนเองจากผู้ใช้ คือ ปุ่มกดคำสั่งบนตัวเครื่องไม่สนองต่อความต้องการ
    ของผู้ใช้เลย ข้าพเจ้าจะต้องจำใจหาเพื่อนใหม่เป็นเจ้า Nokia 5300 ราคาประหยัด แต่ไม่ทราบว่าเป็นเวรกรรมหรือไร
    ซวย โครตๆ เครื่องใหม่ซิงๆ สีขาวน่าใช้ มันดันตกลงไปจูบกับท้นคอนกรีต
    ระหว่างเดินทางไปทานข้าว กรรมของกรูเสียจริง แค่วันเดียว 5300 ของฉันก็มีมนทินเสียแล้ว
    นึกแล้วพร้อมๆกับก้มมองรอบบาดแผลที่เครื่อง
    ก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง
    May 15

    แข่งกีฬา ปันรัก ปี 2

     
    4 พ.ค. 50
     
      เริ่มเดินทางมุ่งสู่ยอดดอยกันแล้ว ออกจาก กทม.ซัก เกือบ 5 ทุ่มได้ล่ะมั้ง มีผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วยกัน 17 ชีวิต หลังจากรถบัสเคลื่อนตัวออกนอกเมือง
    กิจกรรมแรกบนรถก็มีการบรีฟงานกันคร่าวๆ ก่อน และแจกเสื้อประจำทริปนี้ จากนั้นก็เริ่มด้วยการดวลเบียร์กันหลังรถ แต่ไม่ได้ไปดวลกะเค้านะ นอนหลับอยู่หน้ารถเอาแรง
    เพราะสังหรณ์ใจว่าจะต้องตื่นขึ้นมาจัดการอารัยๆ อีกมากมาย เพราะทริป 43 มาคนเดียวโด่เด่
     
     
    5 พ.ค. 50
     ได้ยินเสียงเรียกแว่วมา รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงอุตรดิตถ์เสียแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนขับไม่รู้ทางที่จะไป ทำให้ต้องโทรหาครูที่โรงเรียนบ้านเด่นชาติตั้งแต่ตี 5
    เวร สิครับพี่น้อง ตี 5 ใครเคาจะมาทำงานกัน โทรเข้ามือสัญญาณก็ไม่มี เลยต้องขับรถเข้าตัวเมืองไป่อน สุดท้านตัดสินใจโทรเข้า อบต. จึงได้ความว่าเลย
    แยกทางที่จะไปมา 10 กิโลต้องย้อนกลับไป  เดินไปจนถึงทางแยกอีกแล้ว คนรถก็ถามอีกแล้ว กรูจะรู้ไหมล่ะก็มาครั้งแรกเหมือนกัน แถมแทนที่จะให้เด็กรถไปถามทาง
    เปล่าเลยใช้กรูอีก เซ้งโครต สุดท้ายก็เลี้ยวผิดทางอีก เลยแวะกินมื้อเช้ากันทั้งขี้ฟันกันทั้งคันรถ แล้วก็ซื้อของสดขึ้นไปทำกินมื้ออื่นๆ ด้วย
      เดินทางต่อไปได้ระยะหนึ่งพระเจ้า ไกลโครตๆ ขึ้นเขาไปไกลพอสมควร คนรถก็ขี้บ่น แต่ก็พาเรามาถึงจุดหมายปลายทางจนได้ ฝนตกปอยๆอยู่เรื่อยๆ
    หลังจากขนเข้าของไปที่ห้องเรียนแล้วก็เริ่มทำกิจกรรมกับน้องที่รอคอยเราอยู่ทันที แต่ก็มีเขิลลลกันบ้าง และโปรแกรมที่วางไว้เป็นอันต้องเปลี่ยนแปลง
    เพราะฝนตกจึงเป็นการเล่นเกมกับน้องในช่วงเช้า ทานข้าว แล้วก็จัดแต่ง บำรุง ห้องเรียนช่วงบ่าย
    โรงเรียนที่เราไปชื่อว่า โรงเรียนเด่นชาติ ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโคก ต.บ่อเบี้ย จ.อุตรดิตถ์ มี นร. 30 คน ต่อครู 2 ท่าน มี 2 ห้องเรียน เป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนเป็นอันดับที่ 1
    ในเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 กิจกรรมต่างมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
    ตกเย็นได้ทานอาหารร่วมกันและกล่าวอะไรเล็กน้อยทั้งในส่วนของโรงเรียนและส่วนของพวกเราเอง จากนั้นก็ ดวลเบียร์ พูดคุย เล่นไพ่ ฯลฯ ค่อยปลีกตัวไปหลับตามกำลัง
    ของแต่ละคน
     
    6 พ.ค. 50
      เสียงเด็กที่มาวิ่งเล่น ปีนดูพวกเราที่นอนรวมกันในห้องเรียนจนต้องตื่นขึ้นมา ถึงจะงัวเงีย แต่ก็ไม่ได้โกรธหรือหงุดหงิดอะไร วันนี้วางไว้ว่าจะแข่งบอลกับทางโรงเรียน
    จากนั้นก็มอบของที่นำมาให้ และทุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง ทุกอย่างราบรื่นดี เราเริ่มเดินทางออกจากโรงเรียนเด่นชาติตอนเกือบเที่ยงเห็นจะได้ น้องมาส่งพวกเราที่
    โบกมือลาจนกระทั่งรถออกตัว (ดีใจจังที่ได้มานี่) อิ่มใจเสียจริง
      เราแวะเที่ยวกันที่อุทยานสักใหญ่อยู่พักหนึ่ง เหนื่อยมากๆ ไม่ใช่เหนื่อยเพราะเที่ยวนะ ต้องตั้งกล้องแล้วก็วิ่งไปถ่ายรูปอยู่หลายรอบ เพราะก็อยากมีรูปที่ถ่ายกับสมาชิกกับเค้าเหมือนกัน
    เดี๋ยวจะเหมือนทริปที่ไปอุบลฯ หารูปตัวเองแทบไม่เจอ
     จากนั้นก็เดินทางที่พักแห่งที่ 2 คือ อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน บรรยากาศดีมากๆ เราได้บ้านพักเชิงเขาริมอ่างเก็บน้ำ มีระเบียงยื่นออกไปสวยดี เก็บสัมภาระเสร็จ
    ก็เดินทางไปเที่ยวที่เขื่อนสิริกิติ์ และทานข้าวเย็นกันที่นั้น แล้วก็กลับมาดวลเบียร์ พูดคุย เล่นไพ่ ฯลฯ หนุกหนาน มีขมขู่จะพาไปดรีมเวิร์ด แต่ก็ไม่มีไรเกิดขึ้น
    (ไปดรีมเวิร์ด คือถ้าหลับแล้วอาจตะวขาว หัวขาวด้วยแป้งจำนวนมากเพราะไปเมืองหิมะมาในฝัน)
     
    7 พ.ค. 50
     ตื่นแต่เช้าอยู่คนเดียวได้ถ่ายรูปนิดหน่อย เพราะอากสศและแสงไม่อำนวยเท่าไหร่นัก จากนั้นก็เดินทางกลับกัน แวะซื้อของฝากกันที่นครสวรรค์กันตามอัธยาศัย
    แล้วก็แวะเที่ยว ถ่ายรูปกันอีกหน่อยที่ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ลพบุรี จากนั้นยิงยาวเข้าสู่ กทม.กัน ถึงกทม. ประมาณ 3 ทุ่มมั้ง แล้วก็ซัดเตี๋ยวกันอีก 1 มื้อ จากนั้นก็แยกย้าย
    คงเจอกันอีกทีตอนดูรูปน่ะแหละ
     
    ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจให้ทริปนี้ผ่านไปด้วยดี ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าจดจำมากๆ
    และขอบคุณสำหรับเงินบริจาคทำบุญจากเพื่อนๆ น้องๆ ที่แม้จะไม่ได้ แต่ก็ขอบคุณที่มีใจ
    คาดหวังแต่เพียงว่าทริปหน้าคงจะพร้อมกันมากขึ้น และมิตรภาพที่ยังคงไว้นะ
     
    ต่าย 43 โว้ย
     
     
    April 19

    วันซวยที่ผ่านไป

    เนื่องมาจากเมื่อวานนี้ ซวยสุดๆ
    โดนน้ำร้อนลวกมือ แต่ไม่ได้ซุ่มซ่ามเองนะ
    เจอเจ้านายชนน่ะดิ ปากก็บอกว่าไม่เป็นไร
    แต่ในใจ "โอ้ว..พระเจ้าจอร์จมันร้อนมาก"
     
    แถมท้ายความซวยปิดท้ายระหว่างกลับบ้าน
    คุยเทเลโฟนอยู่ดี เวลกัม ดันมีคนเดินมาชน
    กัมสิครับพี่น้อง โทรศัพท์ลื่นหลุดออกไปจากมือ
    มีไรซวยก่านี้อีกไหมกรู...ดีนะที่เทเลโฟนไม่เจ๊ง
    อีกอย่างเห็นว่าหน้าน่าให้อภัยก็เลย ไม่เอาเรื่องอะไร
     
    กลับมามือเจ็บทำไรก็ไม่ได้เซ้งๆๆๆๆเซ็ง
     
    เอาวะซวยวันนี้...ดีวันหน้าโว้ยยย
    April 17

    โอ้...ดำเนิน เธอสวยเหลือเกินดำเนินของพี่

     
    สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้เล่นน้ำกะเค้าเลย
    ต้องเดินสายไปไหว้ผู้ใหญ่
    อันนี้นี่ไปไหว้ย่าที่ ราชบุรี (ดำเนินสะดวก)
    ได้ไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินมาด้วย
    กินเตี๋ยวเรือริมคลองด้วยแหละ
    จากนั้นก็ต่อด้วยกินเตี๋ยวไข่ที่ ราช'รี อีก แซ่บหลาย
    ส่วนหนุ่ม สาวในรูปที่นั่งพายเรือหรือพ่อที่น่ารักของดิษด้วง
    และคนที่ปิดทองพระ คือ เจ๊ที่ชอบฝากซื้อของกลับบ้านอยู่บ่อยๆ นะแหละ
     
    อ้อ...ถ้าอยากเที่ยวบ้านสวย พายเรือเล่น ที่ดำเนินฯ ราชบุรี ก็บอกกันได้เด้อ